เที่ยวเสียมเรียบ(จบ)

posted on 26 May 2009 12:32 by slowday  in Entertain

หลังชื่นชมแสงแรกของวันที่นครวัด ยังมีอีกหลายที่ๆเราจะต้องไป

 ไม่รู้ว่าดอกอะไรแต่กลิ่นหอมมาก

วันนี้พวกเราเริ่มเหนื่อยอ่อนกันแล้ว แถมเพื่อนอีกสองคนก็ยังไม่มีตั๋วกลับ

พยายามซื้อตั๋วผ่านออนไลน์ก็ไม่สำเร็จ แต่คนที่ช่วยเราได้ก็คือโซไฮอีกตามเคย

โซไฮติดต่อเอนเจนซี่ซื้อตั๋วสำหรับเพื่อนสองคนและเปลี่ยนไฟล์ทของฉันและเพื่อน

ให้กลับเย็นลง ทำให้วันนี้เราไปที่ต่างๆได้เพียงครึ่งวัน เพราะต้องไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน

 

แต่ก็ถือเป็นโชคของพวกเรา เพราะหลังจากมาจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน ฝนก็กระหน่ำลงมา

พวกเราจึงตัดสินใจกลับโรงแรม ซึ่งเพียงวันที่สามแบตตารี่ในตัวก็แทบจะหมดแล้วเหมือนกัน

และวันสุดท้ายที่เสียมเรียบ โซไฮพาพวกเราไป Banteay Srei ที่อยู่ไกลออกไป

เป็นนครเล็กๆที่หลงเหลืออยู่ แต่รอยสลักบนแผ่นหินยังคงสวยงามมากและเป็นสถานที่

ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาไม่น้อย

 

 

 

 

และที่สุดท้ายที่เราจะไปเยือนก็คือ Angor Wat หรือนครวัด อันยิ่งใหญ่นั่นเอง

พวกเราก้าวไปด้านในรวมกับผู้คนจำนวนมากที่แห่แหนมาชื่นชมความวิจิตรพร้อมๆกัน

วันนี้มีชาวเขมรมาถ่ายรูปแต่งงานที่นครวัดหลายกลุ่ม แต่ที่น่าแปลกคือ

ปกติบ้านเราจะเห็นแค่เพียงบ่าวสาวมาถ่ายรูปคู่กันสองคนเท่านั้น

ที่นี่กลับมีทั้งบ่าวสาว เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวหลายคู่ อีกทั้งพ่อแม่พี่น้องบวกเครือญาติ(น่าจะ)

มาแต่งตัวสวยร่วมถ่ายรูปกันเป็นหมู่คณะเลยที่เดียว

 

บริเวณด้านในของนครวัด

 

 

 

ในที่สุดเวลาในเสียมเรียบก็หมดลง การปิดฉากด้วยนครวัดทำให้เราประทับมากมายเหลือเกิน

นอกจากได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของอณาจักรแห่งนี้ ที่นี่ยังบอกถึงสัจธรรมของโลกใบนี้

ให้เราได้พึงสังวรณ์ไว้ว่า ใดๆในโลกล้วนอนิจจัง มีความยิ่งใหญ่ย่อมมีล่มสลาย ไม่มีใคร

ยึดครองความเป็นอมตะและความรุ่งโรจน์ได้ตลอดไป

                                                                  ออคุน (ขอบคุณภาษาเขมร)

 

 

วันแรกที่ได้เห็นแค่น้ำกับฟ้าจากทะเลสาบโตนเลไป

รุ่งขึ้นสิ่งที่ฝันไว้ว่าจะได้เห็นคือนครวัดนครธมก็เริ่มขึ้น

โซไฮ(คนขับแท๊กซี่) มารับพวกเราสี่คนตอนแปดโมงเช้าตามที่นัดกันไว้และพาไป

ทานอาหารเช้าที่บริเวณใกล้ๆโรงแรมก่อนจะพาไปซื้อตั๋วเข้าชมนครแห่งประวัติศาสตร์

การท่องเที่ยวที่เสียมเรียบมีนโยบายว่าต้องซื้อตั๋วเข้าชม โดยตั๋วหนึ่งใบสามารถเข้าชม

นครต่างๆได้ทั้งหมดเพียงแต่ตั๋วจะมีอายุ 1 วัน 3 วัน และ 1 สัปดาห์ แล้วแต่เราต้องการแบบไหน

ตั๋ว1 วัน ราคา $20(US) ตั๋ว 3 วัน ราคา $40 แต่ดันไม่ได้มองว่าตั๋ว1 สัปดาห์ราคาเท่าไหร่

ตอนซื้อตั๋วเขาจะถ่ายรูปเราไว้และปริ้นท์ลงไปในบัตรด้วย เพราะจะมีการตรวจบัตรในบางที

เมื่อได้ตั๋วแล้วโซไฮก็พาพวกเรามาปล่อยที่ด้านหน้าทางเข้าสู่อณาจักรแห่งอดีตกาลที่รุ่งเรือง

โซไฮบอกพวกเราว่าควรไปนครธมและที่อื่นๆก่อน ควรเก็บนครวัดไว้เป็นที่สุดท้าย

ซึ่งพวกเราก็เห็นด้วยที่จะเก็บความสวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดไว้ชื่นชมในวันสุดท้าย

 แค่เพียงประทางเข้าก็ทำเอาขนลุกซะแล้ว

นครธม กับศิลปะบายน ที่ทำให้ฉันและเพื่อนตื่นตาตื่นใจ

 

 

ภาพแกะสลักบนแผ่นหินยังคงความสมบูรณ์อยู่ไม่น้อยแม้จะผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี

 

ภาพแกะสลักอัปสราบนหินชดช้อยงดงาม

 

โซไฮพาพวกเราไปอีกหลายที่ตามจุดต่างๆ ซึ่งเป็นนครที่หลงเหลืออยู่เล็กบ้างใหญ่บ้าง

ซึ่งส่วนโครงสร้างส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่คล้ายคลึง แต่จะแตกต่างกันที่รายละเอียด

ของรอยสลักบนหินของแต่ละนคร ซึ่งบางแห่งก็มีต้นไม้งอกสูงทับไปกับตัวนครก็มี

 

พวกเราเสียเวลากับการเดินดูนครต่างๆอยู่เป็นเวลานาน ก้อนหินแต่ละก้อน ลายแกะสลักแต่ละที่

ล้วนเต็มไปด้วยมนต์ขลังจากอดีตกาล จนทำให้ลืมแดดจ้าที่สาดใส่กันไปเลยทีเดียว

 พระอาทิตย์ขึ้นที่นครวัด

การตื่นมาดูภาพนี้ก็เป็นที่นิยมอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต่างรู้กันดีว่า

ยามแสงแรกของวันที่นครวัดนั้นงดงามแค่ไหน ฤดูร้อนพระอาทิตย์จะขึ้นเร็ว ประมาณตี ห้าครึ่ง

ทุกคนจึงลงทุนตืนตีสี่นั่งรถเข้ามาที่นี่ อ่อ...ลืมบอกว่าตั๋วเข้าชมที่เราซื้อกันนั้น

เข้าชมได้ตั้ง ตีห้าครึ่ง ถึงห้าโมงครึ่งในตอนเย็น

ถ้าจะเข้านอกเวลาที่กำหนด ไม่ห้ามนะแต่ต้องเสียเงินเพิ่ม

แต่อย่างที่บอกสำหรับนครวัดจะเป็นที่สุดท้ายที่เราจะไปเยือน ดังนั้นเมื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

โซไฮก็พาเราทานอาหารเช้าและไปที่อื่นต่อไป

(To be continue)

 

เที่ยวเสียมเรียบ1

posted on 22 May 2009 17:18 by slowday  in Entertain

ในที่สุดก็ได้เยือนเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

ซึ่งเป้าหมายหลักที่ครั้งหนึ่งในชีวิตอยากไปเห็นก็คือ นครวัด นครธม

โดยอาศัย Bangkokair ไปลงยังเสียมเรียบ เที่ยวบิน 11.00น ใช้เวลา 45 นาที

 

โชคดีที่เพิ่อนจองตั๋วได้ในราคาที่ไม่แพงนัก เพราะปกติตั๋วเครื่องบินไปเสียมเรียบจะค่อนข้างแพง

การเดินทางกันเองครั้งนี้ เริ่มต้นที่ทะเลสาบโตนเล ที่ถือว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืด

ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย โดยเสียค่าลงเรือในราคา $15 (US) 

ช่วงแรกเรือจะแล่นไปตามคลองขุด คิดในใจเสียเงินขนาดนี้เพื่อมาล่องเรือดูคลองขุดหรือนี่

แต่เมื่อเรือแล่นมาถึงปากทางสู่ทะเลสาบ ความคิดเดิมก็หายไปจนหมด

ตลอดทางจะเห็นชุมชนอยู่รอบๆทะเลสาบและบนทะเลสาบ ได้เห็นวิถีคนแถวนั้น

 

เด็กๆและครอบครัวที่อยู่บ้านบนน้ำ ใช้เรือเป็นพาหนะ อยู่กับธรรมชาติและรอยยิ้ม

 

เด็กขายน้ำดื่มจะพายเรือมาใกล้เรือของเราแล้วกระโดดขึ้นมาอย่างชำนิชำนาญ

เลยอุดหนุนโค้กกระป๋องละ $1 ซะหน่อย 

สีสันของบ้านที่ตัดกับสีของน้ำและฟ้าทำให้บรรยากาศสวยงาม

บนเรือจะมีคนขับเรือและคนเรือไปด้วยรวม 2 คน 

 

โซไฮคนขับแท็กซี่ที่อาสาเป็นไกด์นำทางให้โดยคิดสนนราคา

ครึ่งวัน $15 และเต็มวัน $25 โซไฮ แนะนำพวกเราให้ไปช่วงเย็น (4โมงเย็น) 

เพราะจะได้เห็นบรรยากาศที่สวยงามตอนที่พระอาทิตย์ตกดินแบบพอดิบพอดี

และมันก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ ไม่ขอบรรยายอะไร ดูรูปกันเองดีกว่า 

 

 

เรือแล่นมาจนสุดทางเป็นแพใหญ่ ให้ขึ้นมาชมวิวและแวะซื้อของ/น้ำดื่ม

และเข้าห้องน้ำตามอัธยาศัย เรือเที่ยวนี้มีพวกเราเพียง4 คน จึงอยากจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้

บนแพมีบ่อปลาและบ่อจระเข้เล็กๆอยู่ด้วย แต่พวกเรากลับสนใจพระอาทิตย์ที่ใกล้ลับขอบฟ้า

และขอบน้ำกันมากกว่า

เวลาที่เรามาขึ้นเรือค่อนข้างเย็นแล้ว จึงมีนักท่องเที่ยวอีกไม่กี่ลำเรือเท่านั้นที่ตามมา

บรรยากาศจึงสงบและไม่มีพลุกพล่านไปด้วยคณะทัวร์นักท่องเที่ยว

  

เมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า

พวกเราจึงต้องลงเรือกลับไปยังท่าและหมดไปกับวันแรกที่เสียมเรียบอย่างประทับใจ

(To be continue...)