Entertain

 
ตามสัญญาจากคราวก่อนที่ไปร่วมกิจกรรม MonoPrint มา ว่าที่มิวเซียมสยามมีนิทรรศการน่าสนใจอีกหนึ่งอัน
 
นั่นก็คือ "เทศกาลกินของเน่า" มันเป็นยังไงกันหนอ อยากรู้แล้วล่ะสิ 
 
 
เดินเข้าสู่ด้านในห้องที่จัดโชว์ที่ดดเด่นเรียงรายเป็นทิวแถวคือขวดโหลปลาร้าจ้าาาา
 
เท่านี้ก็พอจะเดากันได้แล้วว่างานนี้เราจะได้พบกับอะไรกันบ้าง 
 
เริ่มจากความรู้พื้นฐานที่มาของ "ของเน่า"ในงานนี้ ของเน่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็นั่นมาจากสมัยก่อน
 
ยังไม่มีตู้เย็นจึงมีการคิดวิธีถนอมอาหารกันขึ้นมา โดยใช้สิ่งรอบตัว อย่าง เกลือ ข้าว น้ำตาล แสงแดด
 
จนเกิดปฏิกริยาชีวเคมีระดับเซลล์ขึ้น เอ่อ...ออกแนววิชาการมาก 
 
แต่ก็เป็นความรู้พื้นฐานประถม มัธยมต้นนะ 
 
 
อย่าเพิ่งคิดไปว่างานนี้จะมีแต่ปลาร้า ยังมุมที่น่าสนใจอีกหลายมุม โดยเฉพาะมุมนี้....เลย
 
 
 
 
มาดูอาหารที่เกี่ยวข้องกับการถนอมอาหารต่างๆ
เขาจำลองขึ้นนะ ไม่ใช่ของจริงแต่เหมือนมาก เดินดูแล้วน้ำลายจะหกใส่ 
 
 
 
เคาท์เตอร์อาหารที่ถูกจัดว่าเป็นของเน่าของงานนี้มีอาหารละลานตามาก
 
ของเน่าในที่นี่ขอให้เข้าใจว่าอาหารที่ผ่านปฏิกริยาชีวเคมีระดับเซลล์ นะจ๊ะ เอ้าไหนพูดตาม...
 
ปฏิกริยาชีวเคมีระดับเซลล์  ล้อเล่นเน้อ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อันนี้วันที่ไปท่าทางจะยังไม่เสร็จ รู้แต่ว่าเป็น "ฮังเล"
 
 
 
 มีมุมเครื่องครัวและมุมโต๊ะอาหาาร
 
 
 
ในงานนี้ยังมีกิมมิคอีกหลายอย่างที่ทั้งน่ารัก น่าสนใจ และได้ความรู้เกี่ยวกับการถนอมอาหาร
 
ใครสนใจอยากไปดู ก็ไปที่มิวเซียมสยามได้เลย ทุกวันอังคาร ถึง วันอาทิตย์ 
 
มีจนถึงวันที่ 4 พย. 55 นี้ อย่าลืมไปเยี่ยมชมกันดูนะ  
 
 
 
ติดตามข่าวสารอื่นๆของ slowday เพิ่มเติมได้ ที่
 
slowday2012  ทั้งทาง Twitter และ Instragam มาFollow กันเยอะๆน้า 
 
 
แนะนำใครชอบอ่านนิยายแวะไปที่ http://panvary.wordpress.com/

หรือแวะไปได้ที่ panvary.exteen.com
 
 
 
วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการกินไปทำกิจกรรมทางศิลปะกันบ้างดีกว่า
 
แต่ขอออกตัวก่อนว่าไม่มีหัวทางด้านนี้เลย เดี๋ยวจะได้เห็นว่าไม่มีหัว มีแต่ตัวจริงๆ  
 
 
อันเนื่องมาจากกด Like Facebook ของมิวเซียมสยามไว้ เห็นเขามีประกาศจัดกิจกรรม
 
โมโนปริ้นต์เลยสนใจ ลองแวะไปดูโดยไม่ได้จอง บังเอิญโชคดีมีคนแคนเซิลเลยมีที่ว่าง
 
จ่ายค่าร่วมกิจกรรมไป 50 บาท (ถูกม๊ากมาก) และได้รับอุปกรณ์มา
 
 
 
โมโนพริ้นต์ก็การทำภาพพิมพ์ โดยที่เรามาแกะแม่พิมพ์เอาเอง โดยใช้แผ่นยาง มาเริ่มขั้นตอนกันเลย
 
 
เริ่มจากลอกแบบลงกระดาษไขด้วยดินสอ พยายามกดแน่นๆให้ดินสอเข้มๆไว้
 
 
วาดไปวาดมาแอบเติมตามที่อยากได้ ตอนวาดก็ดูดีหรอก แต่เดี๋ยวมาดูกัน 
 
 
จากนั้นก็ทาบลายกับแผ่นยางและถูๆๆ เพื่อให้ลายติดไปบนยาง
 
 
ขั้นตอนต่อไปคือให้แกะส่วนที่เป็นสีขาวออก แต่....แต่...สภาพแบบนี้ให้แกะสีขาวออกจะไหวเหรอ
 
หลังจากพิจารณาแล้วว่าขืนทำแบบนั้นคงไม่รอด  ด้วยความชี้เกียจและไร้หัวทางศิลปะ
 
ก็เลย....
 
 
แกะๆแซะๆ ออกมาได้หน้าตาแทบดูไม่ได้แบบนี้  เอาน่าเก๊ามาร่วมกิจกรรมหนุกๆนะ 
 
ไปแอบดูของคนข้างๆแล้วน้ำตาจิไหล 
 
   
 
 
 
ได้แบบแล้วเราก็ออกไปลงสีกันเลยดีกว่า สีที่ใช้เป็นสีน้ำมัน
 
 
  ลงสีที่แม่พิมพ์ของเราให้เข้มๆ
 
 เอากระดาษมาทาบวาง
 
มีเทคนิคนิดนึงโดยใช้ช้อนถูไปบนกระดาษที่ทาบกับแม่พิมพ์ เอาถูๆๆๆ 
 
 
เอากระดาษออกจากแม่พิมพ์ก็จะได้ผลงานหน้าตาแบบนี้  ไม่ต้องชมนะ อาย  รู้ตัว
 
 
  
 
ดูของคนอื่นแล้วยิ่งอายนะ   พอกลับมาดูของเรา
 
 
ลองหลายๆสี ก็ได้แค่นี้อะนะ ช่วยม่ะได้  ไปดูสวยๆของคนอื่นกันต่อดีกว่า
 
  
 
 
 
เอาเป็นว่ากิจกรรมวันนี้จบลงได้รูปโมโนพริ้นต์ฝีมือตัวเองมาเชยชม (เหรอออ!!)
 
ถือเป็นกิจกรรมดีๆ เพลิดเพลินและได้บรรยากาศมาก กิจกรรมนี้ยังมีอยู่ถึงอาทิตย์หน้า 
 
ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดใน Facebook ของ Museum Siam ได้
 
 หวังว่าจะมีกิจกรรมดีๆแบบนี้อีก รับรองว่าถ้ามีโอกาสจะไปร่วมกิจกรรมต่างๆ
 
ที่มิวเซียมสยามบ่อยๆเลย 
 
 
ปล.ไปงานนี้ยังได้เดินชมนิทรรศการอื่นอีกหนึ่งอัน แต่จะเป็นอะไรไว้จะมาเล่าในครั้งต่อไป
 
 
 
ติดตามข่าวสารอื่นๆจาก slowday เพิ่มเติมได้ ที่
 
slowday2012  ทั้งทาง Twitter และ Instragam มาFollow กันเยอะๆนะ 

แนะนำใครชอบอ่านนิยายแวะไปที่ http://panvary.wordpress.com/

หรือแวะไปได้ที่ panvary.exteen.com
 
 
 
 
 
 

Terminal 21 อโศก

posted on 13 Nov 2011 17:58 by slowday in Entertain
ได้ยินคำร่ำลือเรื่องห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ใจกลางเมืองแถวอโศก
"Terminal 21" ซึ่งอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 19 และ 21
ต้องฝ่าน้ำแถวบ้านลองไปดูสักครั้งว่าเป็นยังไง
เมื่อไปถึงก็เห็นคอนเซ็ปของห้างชัดเจน สมชื่อ "Terminal"
 
 ชั้นล่างสุดคือชั้น LG 
 
 ชั้นนี้ไม่รู้ว่าตกแต่งแบบไหนมัวแต่งงๆ Foot in mouth
 
(เนื่องจากความตื่นตาตื่นใจทำให้จำรายละเอียดต่างๆของทุกชั้นไม่หมด
ต้องขออภัยด้วยนะคะ)
 
ขึ้นบันไดเลื่อนแต่ละชั้นเหมือนเรากำลังเดินทางเข้าสู่เมืองสำคัญๆชั้นนำของโลก
 
 
 
ขึ้นจากชั้น LG ขึ้นมาเราจะพบบรรยากาศแบบเมืองโรม ในอิตาลี
 
 
จากโรมขึ้นไปชั้น 1 เราจะได้เจอกับ ปารีส ฝรั่งเศส
 
 
 
 
แต่ละชั้นมีร้านรวงมากมายให้ได้เดินช๊อปซึ่งแต่ละชั้นจะแบ่งโซนสินค้าค่อนข้างชัด
ส่วนใหญ่แต่ละร้านจะมีสไตล์สินค้าตามคอนเซ็ปของชั้นนั้นๆ
 
ชั้นต่อมาตกแต่งแบบเมืองโตเกียว ญี่ปุ่น เป็นชั้นที่ชอบมากเพราะมีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเยอะ
 
 
 
 
 
 
จากโตเกียวเราสามารถไปถึงลอนดอนได้เพียงหนึ่งชั้นบันไดเลื่อน555
 
  
 
  
 
ชั้นถัดไปไม่แน่ใจว่าเป็นเมืองมุมไบ หรือเปล่า แต่เป็นอินเดียแน่ๆ Embarassed
 
 
 
ชั้นนี้ชอบโคมไฟที่เอามาประดับแต่ละมุมมาก มีความสวยงามและโดดเด่น
ถือเป็นจุดขายของชั้นนี้ทีเดียว
 
 รูปสุดท้ายของชั้นอินเดีย
 
เดินทางขึ้นไปเรื่อยๆเริ่มเหนื่อยขอรวบรัดว่าชั้นต่อๆไปเป็น...
นิวยอร์กและซานฟานซิสโก แห่ง USA 
 
 
 
สาเหตุที่รวมสองชั้นไว้ด้วยกันเพราะเริ่มจำไม่ได้ว่ารูปที่เหลือเป็นชั้นไหนบ้าง Foot in mouth
 
 
 
 
 
ชั้นบนสุดเป็นโรงหนังและร้านค้าอีกมากมายถ้าจำไม่ผิดจะบอกว่าเป็น Bangkok
เนื่องจากวันที่ไปคนเยอะมากทำให้ถ่ายรูปมาได้ค่อนข้างลำบาก (แก้ตัวนิดหน่อย555)
คิดว่าเท่านี้น่าจะทำให้ขาช๊อปตื่นตาตื่นใจได้พอควร โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ต้องการ
หาเสื้อผ้าสวยๆมีสไตล์ ไปที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง ส่วนเรื่องราคาก็แล้วแต่บุคคลนะคะ Kiss
 
ก่อนจากกันแถมนิดหน่อย ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่คิดจะซื้ออะไร
แต่สุดท้ายเจอร้านนี้เข้าไปอดไม่ได้จริงๆที่ต้องพุ่งเข้าไปหา (กร๊ากกก!!)
 
 
ร้านนี้เป็นร้านชากาแฟและขนม เน้นชีสเค้กที่ทำจากนมวัวฮอกไกโด
ซึ่งน่ากินมาก ทำให้อดใจไม่ได้ต้องเข้าไปชี้ๆๆ และจ่ายตังค์ 555
 
 ของโปรดดด Undecided
 
ชีสเค้กมีหลากรสมาก เช่น สตอร์เบอร์รี่ แพสชั่นฟรุ๊ต คาราเมล รสนมฮอกไกโด
และอื่นๆ น่าจะถึง 10 อย่างได้ ราคาต่อชิ้นอยู่ที่ 95-100 บาท
นอกจากนี้ยังมีโยเกิร์ตและพุดดิ้งนมสดอีกด้วย
 
 
  งานนี้ซื้อชีสเค้กกลับบ้านไปหลายชิ้นทีเดียว
 
ใครที่อยากหาแหล่งช็อปปิ้งหรือแหล่งนัดพบใหม่ก็ไปที่ Terminal 21 ได้
ถ้าจะให้ดีควรไปโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีอโศกได้เลยใกล้นิดเดียว
ส่วนใครขับรถไปต้องรีบเร่งหน่อยเพราะค่าจอดรถค่อนข้างแพง 
2 ชม.แรก 20 บาท
3ชม. 50 บาท เห็นแล้วตกกะใจ (ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดหรือเปล่า)
 
คิดว่าหลังน้ำลดคงมีคนไปถ่ายรูป ช็อปปิ้ง ที่นี่เพิ่มกันอีกเยอะเลยทีเดียว Cry
 
 
แนะนำ Blog นิยายสนุกๆค่ะ http://panvary.wordpress.com/